แชร์

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คนคลอดลูกเป็นกบ เกิดจากกรรม หรือเรื่องธรรมชาติ!!!

คนคลอดลูกเป็นกบ เพราะกรรมหรือเรื่องธรรมชาติ !!!



มนุษย์กบ คืออะไร และมีสาเหตุจากอะไร???





















     มนุษย์กบ หรือ Anencephaly ทางการแพทย์เป็นอันเข้าใจกันดีว่า นี่คือความพิการแต่กำเนิดที่รุนแรงชนิดหนึ่ง เกิดจากท่อระบบประสาทผิดปกติ (Neural Tube Defect : NTD) ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์ ราวๆสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากที่มีการปฏิสนธิของไข่และอสุจิ ในระยะนี้ตัวอ่อนจะมีเนื้อเยื่อซึ่งแบ่งออกเป็นสามชั้น เนื้อเยื่อชั้นนอกจะแบ่งตัวเพื่อสร้างระบบประสาทและสมอง โดยปกติแล้วเนื้อเยื่อชั้นนอกนี้จะแบ่งเซลล์ยกตัวขึ้นเพื่อม้วนกลับสร้างให้เป็นท่อระบบประสาท (Neural Tube) ขึ้นมาก่อน ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นกระดูกสันหลังและไขสันหลังต่อไปบริเวณส่วนปลายของท่อนี้จะต้องปิดเข้าหากันเพื่อพัฒนาเป็นศีรษะและก็จะมีการสร้างสมองและกะโหลกศีรษะต่อไป แต่ในกรณีของมนุษย์กบ หรือ  Anencephaly ส่วนปลายของท่อนี้ไม่ปิดเข้าหากัน จึงไม่สามารถพัฒนาการสร้างส่วนของกะโหลกศีรษะและสมองที่สมบูรณ์ได้

     มนุษย์กบจะไม่มีส่วนของหนังศีรษะ กะโหลกศีรษะ เยื่อหุ้มสมอง สมองใหญ่และสมองน้อย แต่ยังคงมีส่วนของก้านสมองอยู่ โดยจะมีเพียงเยื่อบางๆปกคลุมไว้เท่านั้น ด้วยเหตุที่ทารกไม่มีสมองใหญ่ ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ใช้คิดและเชื่อมโยงการทำงานของสมองส่วนต่างๆ จึงทำให้ทารกไม่รู้สึกตัว มองไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่รู้สึกเจ็บ แต่ยังสามารถหายใจได้ เพราะยังมีส่วนของก้านสมอง ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจอยู่นั่นเอง

     ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาทารกในครรภ์ที่เป็น Anencephaly ดังนั้นแล้วทารกมักจะเสียชีวิตหลังคลอด ราวๆ 2-3นาทีจนถึง 1 วัน แต่ก็อาจพบว่ามีมีชีวิตรอดอยู่ได้นานเกินกว่าสิบวัน แต่ก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น


มนุษย์กบพบได้บ่อยแค่ไหน???

     มนุษย์กบ หรือ Anencephaly ถือเป็นโรคที่เกิดจาก ท่อระบบประสาทผิดปกติ (Neural Tube Defect : NTD) ชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรงมากที่สุดและพบได้บ่อยที่สุด พบได้ประมาณ 1.2-1.7 ต่อ 1,000 ของการคลอด และเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (อัตราส่วน 4:1) ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด สันนิษฐานว่าน่าจะมีสาเหตุส่งเสริมจากพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม เช่น การบริโภคยากันชัก หรือการได้รับโลหะหนักบางชนิด อาจเป็นสาเหตุส่งเสริมให้เกิดความผิดปกตินี้ได้

จะทราบได้อย่างไรว่าทารกในครรภ์เป็นมนุษย์กบหรือไม่???


     เราสามารถตรวจวินิจฉัยภาวะ Anencephalyได้แต่เริ่มแรก ทำให้สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ โดยไม่ต้องรอจนตั้งครรภ์ครบกำหนดคลอดซึ่งอาจช่วยทางด้านจิตใจของแม่ได้บ้าง โดยสามารถตรวจได้ดังนี้

     ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง(อัลตราซาวนด์) ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป โดยจะตรวจไม่พบกระโหลกศีรษะและสมองส่วนที่อยู่เหนือระดับเบ้าตาขึ้นไป จึงเห็นเบ้าตาเด่นขึ้นดูคล้ายใส่แว่นตาดำ (spectacle sign) อย่างไรก็ตามยังมีทารกในครรภ์ที่ปกติบางรายที่ขนาดของรอบศีรษะเล็กกว่าค่ามาตรฐาน ดังนั้นอาจยังไม่สามารถแยกวินิจฉัย Anencephaly ได้แน่ชัดจนกว่าอายุครรภ์ 16 สัปดาห์
     การตรวจหาระดับAlpha-fetoprotein (AFP) จากเลือดมารดา เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของท่อระบบประสาท (NTD) สามารถทำได้เมื่ออายุครรภ์ตั้งแต่ 15-20 สัปดาห์ แต่เวลาที่ดีที่สุดคือเมื่ออายุครรภ์ 16 สัปดาห์ โดยจะพบว่าเนื้อเยื่อของทารกที่มีภาวะ NTDจะมีระดับ AFP ปริมาณมาก ซึ่งจะผ่านจากทารกทางปัสสาวะ สู่น้ำคร่ำ และผ่านออกสู่เลือดแม่ ดังนั้นหากตรวจพบว่าระดับ AFPในเลือดแม่ในปริมาณสูง อาจสงสัยได้ว่าทารกมีภาวะ NTDซึ่งจะต้องทำการตรวจอัลตราซาวนด์และทำการตรวจน้ำคร่ำต่อไปเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง



มนุษย์กบ ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพมารดา???
     โดยทั่วไป Anencephaly ไม่ส่งผลต่อสุขภาพมารดา แต่ก็พบว่าประมาณ1/2-1/4 ของหญิงตั้งครรภ์ทารกAnencephaly จะมีภาวะน้ำคร่ำมากขึ้น เนื่องจากทารกในครรภ์ไม่สามารถกลืนน้ำคร่ำกลับคืนได้เหมือนทารกปกติทั่วไป โดยที่ปริมาณน้ำคร่ำที่มากเกินไปก็อาจส่งผลให้มารดารู้สึกอึดอัด แน่นท้อง ถุงน้ำคร่ำแตก และคลอดก่อนกำหนดได้
ผลกระทบทางด้านจิตใจที่ต้องสูญเสียทารกในครรภ์
ถ้าเคยมีประวัติคลอดลูกผิดปกติเป็น โรคมนุษย์กบ จะมีผลต่อครรภ์ต่อไปมั้ย???          

    ถ้าคลอดบุตรคนแรกเป็น NTD โอกาสเกิดซ้ำในบุตรคนต่อไปร้อยละ 2-5 และถ้าบุตรสองคนแรกเป็น NTD คนที่สามจะมีโอกาสเกิดซ้ำได้สูงถึงร้อยละ 10-15

เราจะมีป้องกันภาวะนี้ได้อย่างไร???           
     ในปัจจุบันแม้ไม่มีวิธีป้องกันได้อย่างชัดเจน แต่พบว่าการรับประทาน Folic acid ในปริมาณที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกัน ภาวะท่อระบบประสาทผิดปกติ (Neural Tube Defect : NTD)
อย่างเช่น Anencephaly ได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เคยตั้งครรภ์ผิดปกติด้วยภาวะนี้มาก่อน
     แนะนำว่าควรเพิ่มปริมาณการรับประทาน  Folic acid จากเดิม 0.4 มิลลิกรัม เป็น 4 มิลลิกรัม โดยแนะนำว่าควรเริ่มรับประทานตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1-3 เดือน เพราะระบบประสาทจะเริ่มพัฒนาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3-4 ของการตั้งครรภ์ หากเริ่มรับประทานเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์แล้วอาจช้าเกินไป            

     ผมหวังว่าภายหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้ จะสามารถทำให้หลายๆท่านเข้าใจและอธิบายเรื่องแปลกๆผิดธรรมชาติเช่นนี้ได้ ว่า “การคลอดลูกเป็นกบนั้น เป็นเพราะกรรมหรือเรื่องธรรมชาติกันแน่???”


ขอบคุณบทความและข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคุณแม่มือใหม่

นพ.ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์
สูติ-นรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
http://drchawtoo.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น