แชร์

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ยาคุมฉุกเฉิน ใช้ยังไง? ใช้ตอนไหน? รู้ยัง!!!

ยาคุมฉุกเฉิน ใช้ยังไง? ใช้ตอนไหน? รู้ยัง!!!
แล้วรู้หรือยังว่ามันไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อ!!!



     เมื่อเกิดปัญหา มีเพศสัมพันธ์ ในขณะที่ไม่พร้อม และไม่ได้ป้องกันการคุมกำเนิด หนทางเลือกสุดท้าย ที่ควรต้องทำทันที่ หรือภายใน 24 ชม.ที่ไม่เกิน 72 ชม. คือการซื้อยาคุมฉุกเฉิน มารับประทาน เพื่อป้องกันการตั้งท้อง ก่อนวัยอันควร(ขณะเรียนหนังสือ) หรือทุกเหตุผลของความไม่พร้อม แต่สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่ไม่พร้อม นอกจากมีโอกาสตั้งท้องแล้ว ยังมีโอกาสติดโรคร้ายด้วย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เราจะรวมข้อมูลของ ยาคุมฉุกเฉินมาให้ศึกษา ก่อนที่จะใช้ยาแบบผิดๆ

     ยาคุมฉุกเฉิน มีข้อบ่งใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์ ในกรณีฉุกเฉิน ขอย้ำว่าใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น คำว่า “ฉุกเฉิน” ในที่นี้หมายความถึง การมีเพศสัมพันธ์ในคู่สามีภรรยา ที่มีการวางแผนครอบครัว และทำการป้องกันการตั้งครรภ์ ด้วยถุงยางอนามัย หรือลืมกินยาคุมกำเนิด แต่เกิดความผิดพลาด เช่น ถุงยางรั่ว หรือฉีกขาด การลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป เป็นต้น หรือใช้ในกรณีผู้หญิงที่ถูกข่มขืน(ถ้าเป็นกรณีถูกข่มขืน หลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว ให้รีบซื้อยามาทานภายใน 24-72ชม. เพื่อป้องกันการตั้งท้อง) และทำการแจ้งความกับตำรวจ

รับประทานยาคุมฉุกเฉินอย่างไร
     ผลิตภัณฑ์ยาคุมฉุกเฉินที่จำหน่ายในประเทศไทย จำหน่ายเป็นกล่อง มียากล่องละ 1 แผง และแต่ละแผงมียาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด แต่ละเม็ดประกอบด้วยตัวยาที่เป็นฮอร์โมนขนาดสูง คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (levonorgestrel) เม็ดละ 750 ไมโครกรัม การรับประทานยาที่ถูกต้องคือ รับประทานยาเม็ดแรกให้เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน โดยไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง และจะต้องรับประทานยาเม็ดที่สองหลังจากรับประทานยาเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง หากมีการอาเจียนภายใน  2 ชั่วโมงหลังรับประทานยาแต่ละเม็ด  ต้องรับประทานยาใหม่  และไม่แนะนำให้รับประทานยาเกิน  4  เม็ด หรือ 2กล่อง ต่อเดือน
     การรับประทานยาเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ดังกล่าว ตามด้วยยาเม็ดที่สอง
จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 75% แต่หากเริ่มยาภายใน 24ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นเป็น 85% ดังนั้นจึงควรรับประทานยาเม็ดแรกหลังการมีเพศสัมพันธ์ให้เร็วที่สุด

     มีคำแนะนำด้วยว่า สามารถรับประทานยาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด พร้อมกันในครั้งเดียวสามารถทำได้ โดยที่ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไม่แตกต่างจากการแบ่งรับประทานเป็น 2 ครั้ง ซึ่งในสหรัฐอเมริกานิยมรูปแบบการรับประทานในครั้งเดียว และมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายในรูปแบบยาที่มีความแรงเป็น 2 เท่า คือ มีตัวยาลีโวนอร์เจสเตรลเม็ดละ 1.5 มิลลิกรัม การรับประทานเพียงครั้งเดียว จะทำให้เกิดความสะดวกมากกว่าการแบ่งยารับประทาน อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียนจากการรับประทานยาเพียงครั้งเดียวมากกว่าการแบ่งรับประทาน 2 ครั้ง

ความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉิน

     มีความเข้าใจว่า ใช้ยาคุมฉุกเฉินเพื่อคุมกำเนิดระยะยาวได้ ตามจริงแล้วไม่ใช่ เพราะการรับประทานยาคุมฉุกเฉินเป็นประจำ จะพบผลข้างเคียงสูง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออกกะปริดกะปรอย แถมมีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีกด้วย
     มีความเข้าใจว่า ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาทำแท้ง ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด ถ้าตั้งครรภ์แล้วยานี้
จะไม่มีผลในการทำให้แท้ง เพราะยาคุมฉุกเฉินจะมีผลในการป้องกันไม่ให้ท้องนั้นเอง ถ้าท้องแล้วยานี้ไม่ช่วยให้เกิดการแท้ง
     มีความเข้าใจว่า ยาคุมฉุกเฉินป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ความจริงแล้ว ไม่สามารถป้องกันได้เลย การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ดีที่สุด ส่วนยาคุมฉุกเฉินใช้ป้องกันไม่ให้ตั้งท้อง แต่ไม่ป้องกันโรค
     มีความเข้าใจว่า ยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้ทารกพิการได้ หากรับประทานไปโดยไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ ความเข้าใจนี้ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้มีรายงานว่า ไม่พบทารกพิการจากมารดาที่รับประทานยาโดยไม่ทราบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์
   
     ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาคุมฉุกเฉิน
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการใช้ยาคุมฉุกเฉินมักเป็นอาการที่ไม่รุนแรง ได้แก่ ปวดท้อง มีเลือดออกกะปริดกะปรอย ประจำเดือนมาเร็ว หรือช้ากว่าปกติ อาการข้างเคียงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษา การรับประทานในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่การใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ นอกจากประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า เมื่อเทียบกับการรับประทานยาคุมกำเนิดแบบปกติชนิดเม็ดแล้ว ยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติที่รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกถึง 2% เป็นต้น ดังนั้นการใช้ยานี้จึงควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และไม่แนะนำให้รับประทานเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่อง ต่อเดือน

     หลังจากรับประทานยาคุมฉุกเฉินแล้ว
โดยทั่วไปจะมีประจำเดือนหลังจากรับประทานยาภายในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ (หากไม่มี ให้สงสัยว่าตั้งครรภ์ ควรไปพบแพทย์) หลังจากนั้นประจำเดือนของรอบเดือนนั้นจะมาในช่วงเวลาเดิม ในบางรายอาจพบประจำเดือนรอบต่อไปมาช้าหรือเร็วกว่าปกติได้
               

สรุป
     ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาที่ผลิตคิดค้นออกมาเพื่อใช้เฉพาะในเหตุการณ์ฉุกเฉิน และมีเหตุจำเป็นเท่านั้น ไม่ใช่ยาที่ให้ใช้เป็นประจำ ฉุกเฉินในที่นี่ หมายถึง มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน (มีโอกาสติดโรคสูงมาก) ถูกข่มขืน , ถุงยางอนามัยแตก หรือฉีกขาด รั่ว , ลืมกินยาคุมแบบปกติเกิน 2 วัน

ที่มาของบทความ
โดย :  ภญ. พิชญา ดิลกพัฒนมงคล
ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
จากเว็บไซด์  www.pharmacy.mahidol.ac.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น