กำลังถูกฟ้องบัตรเครดิต หรือกำลังถูกฟ้อง มีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก
บทความโดย : ทนายแค้ง (พิมพ์พล แสงเมือง)
.....ใครถูกฟ้องหรือจะถูกฟ้อง บัตรอีอ้อน บัตรอีอ้อย บัตรอีช้อย ฯลฯ มาอ่านฎีกาแล้วจะรู้ว่าบ่อยครั้งที่ทนายความของเจ้าหนี้นำคดีที่ขาดอายุความมาฟ้อง.....ท่านก็ต้องสู้เรื่องอายุความสิครับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5384/2551
.....(1)หนี้จากการใช้บัตรเครดิตไม่ว่าจะเป็นหนี้จากการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ หรือหนี้จากการถอนเงินสด
.....(2)ล้วนเป็นหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตด้วยกัน จึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7)
.....(3)ไม่อาจแยกบังคับนับอายุความแตกต่างกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8051/2551
.....(1)จำเลยใช้บัตรเครดิตครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2542 ครบกำหนดชำระหนี้วันที่ 25 สิงหาคม 2542
.....(2)เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ภายในวันที่ 25 สิงหาคม 2542 ตามที่โจทย์กำหนด จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัด
.....(3)โจทย์ย่อมบังคับสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2542
.....(4)หลังจากวันที่ 26 สิงหาคม 2542 นั้น ก็ไม่ปรากฏว่าโจทย์ ยอมให้จำเลยใช้บัตรเครดิตอีกต่อไป
.....(5)อายุความแห่งสิทธิเรียกร้อง ของโจทย์ เริ่มนับแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2542
.....(6)การที่โจทย์ ยกเลิกการใช้บัตรเครดิตของจำเลย จึงถือว่าโจทย์ เลิกสัญญาแก่จำเลยแล้ว สัญญาบัตรเครดิตระหว่างโจทย์ กับจำเลยย่อมเป็นอันเลิกกัน นับแต่เวลาดังกล่าว
.....(7)เมื่อสัญญาเลิกกัน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่ง ได้กลับคืนสู่ฐานะ ดังที่เป็นอยู่เดิม
คือไม่เป็นผู้ให้บริการ ผู้รับบริการกันอีกต่อไป สัญญาย่อมสิ้นสุดลง
.....(8)การที่โจทย์ ออกเงินตามบัตรเครดิต ให้แก่จำเลย และฟ้องเรียกคืนเงินนี้ ถือว่าโจทย์
เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ในการรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาเงินที่ได้ทดลอง จากจำเลยไป สิทธิเรียกร้องของโจทย์ มีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7)
.....(9)โจทย์ นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2544 พ้นกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่โจทย์ อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องของโจทย์ได้ ฟ้องโจทย์จึงขาดอายุความ
.....(10)ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาคงเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทย์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียม(ค่าใช้จ่าย)ชั้นฎีกาให้เป็นพับ(ออกเองละกัน หรือ เจ้ากันไป)
***คำว่า “ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ” หมายถึงผู้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมต่อศาล จะไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าฤชาธรรมเนียมนี้คืน จากศาลแต่ประการใด ทั้งจะ เรียกจากคู่ความฝ่ายตรงข้าม ก็ไม่ได้.
สรุป ถ้ามีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ให้ดูเรื่องอายุความเป็นหลัก ถ้าเกิน 2 ปี ก็มีโอกาสที่ทางเจ้าของบัตร
อาจหมดสิทธิในการฟ้องร้องได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ การใช้บัตรต่างๆ ก็ควรจะใช้ด้วยความรอบครอบ
ไม่มุ่งเน้นไปในทางฟุ่มเฟือย ก็จะได้ไม่ต้องมีปัญหาในการฟ้องร้อง และทำให้เสียเวลาในการขึ้นศาล
ที่มา tnews.co.th


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น